ไหว้พระ 9 วัด โปรแกรม (A) (พระอารามหลวง)

ไหว้พระ 9 วัด โปรแกรม (A) (พระอารามหลวง)สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เป็นศิริมงคลกับชีวิต ทั่วเกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร

04633-005x

siamphoto0000793xx

กำหนดการเดินทาง โปรแกรม (A)

07.00 น.    พร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย เจ้าหน้าที่จากทัวร์เมืองไทยฯ คอยต้อนรับ
และอำนวยความสะดวก

07.30 น.    นำท่านออกเดินทางสู่จุดหมายแรก พร้อมบริการอาหารเช้า (มื้อที่ 1)

08.00 น.     (1) วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (วัดกัลยา) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี
บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร)
ได้อุทิศบ้านและซื้อที่ดินข้างเคียงเพิ่มเติม สร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๘
แล้วน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ พระราชทานนามว่า
วัดกัลยาณมิตร และทรงสร้างพระราชทานทั้งพระวิหารหลวงและพระประธานสำหรับ
พระวิหารหลวงคือหลวงพ่อโตหรือพระพุทธไตรรัตนนายก โดยทรงมีพระราชประสงค์ให้เป็น
พระพุทธรูปใหญ่อยู่ริมแม่น้ำแบบเดียวกันกับที่ วัดพนัญเชิง กรุงเก่าหลวงพ่อโตเป็นที่
เคารพสักการะอย่างสูงโดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน เรียกชื่อแบบจีนว่าซำปอฮุดกงหรือซำปอกง
ภายในพระอุโบสถ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าพระวิหาร มีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติที่แทรก
เรื่องราวชีวิตชาวบ้านชาวเมืองสมัยรัชกาลที่ ๓ ซึ่งนอกจากจะมีคุณค่าทางวัฒนธรรมแล้ว
ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สังคมอย่างยิ่งอีกด้วยนอกจากนั้นยังมี หอมณเฑียรธรรมเถลิง
พระเกียรติ เป็นที่เก็บประไตรปิฎกสมัยรัชกาลที่ ๔ หน้าพระวิหารหลวงยังมีหอระฆังฝีมือ
คนรุ่นใหม่ สำหรับไว้ระฆังยักษ์ มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทางเข้าวัดมีเจดีย์หิน
ทำมาจากเมืองจีน เรียกว่า ถะ เป็นศิลปะจีนที่งดงามมาก

09.00 น.     (2) วัดอรุณราชวราราม
เป็นวัดที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า วัดแจ้ง
ต่อมาเมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีย้ายราชธานีจากกรุงศรีอยุธยามาตั้ง ณ กรุงธนบุรี
ได้โปรดเกล้าฯ ให้กำหนดเอาวัดแจ้ง เป็นวัดในเขตพระราชฐานใช้เป็นที่ประดิษฐาน
พระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ วัดนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่
ในสมัยรัชกาลที่ 2 จึงถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 เมื่อบูรณะเสร็จแล้วได้พระราชทาน
นามว่า วัดอรุณราชธารามในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการก่อสร้างพระปรางค์องค์ใหญ่ซึ่ง
มีความสูง 82 เมตร กว้าง 234 เมตร แต่มาเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 4
และได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดอรุณราชวราราม

10.00 น.     (3) ศาลหลักเมือง รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีฝังเสาพระหลักเมือง
ณ ใจกลางพระนครใหม่ เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 ตัวเสาหลักเมืองสร้างด้วย
ไม้ชัยพฤกษ์ปิดทองทึบทั้งต้น ยอดเสาเป็นรูปบัวตูม มีแผ่นทองคำจารึกดวงชะตากรุงเทพฯ
บรรจุอยู่ การมาสักกระที่เสาหลักเมืองมีขั้นตอน คือ ไหว้พระที่หอพระพุทธรูปจากนั้นไหว้
และปิดทองผูกผ้าแพร 3 สี ที่องค์หลักเมืองจำลอง และนำพวงมาลัยเข้าไปถวายที่องค์
หลักเมืองจริง จากนั้นจึงไปไหว้ และถวายพวงมาลัยองค์เทพารักษ์ทั้ง 5 แล้วเติมน้ำมัน
พระประจำวันเกิด และสะเดาะเคราะห์ 

11.00 น.     (4) วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 1 ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
หรือ พระแก้วมรกต ที่พระระเบียงมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่วิจิตรงดงามมาก
นอกจากนี้ยังมี ปราสาทพระเทพบิดร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 1-8
พระศรีรัตนเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ หอพระราชพงศานุสรณ์
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำรัชกาล ของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
และสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ทรงคุณค่าที่น่าสนใจอีกมาก

11.30 น.     (5) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมชื่อวัดโพธาราม รัชกาลที่ 3 ทรงมีพระราชประสงค์ให้เป็น
มหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน มีการรวบรวมสรรพวิชาความรู้มาจารึกบนแผ่นศิลาติด
ไว้บริเวณพระอุโบสถภายในพระอุโบสถมี พระพุทธเทวปฏิมากร และมีพระวิหาร
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่สวยงามที่สุด ปัจจุบันวัดโพธิ์เปิดอบรมเผยแพร่
วิชาแพทย์แผนโบราณโดยผู้ผ่านการอบรม จะได้รับใบประกอบโรคศิลป์จาก
กระทรวงสาธารณสุข

12.00 น.     บริการอาหารกลางวัน  ณ ภ้ัตาคารแว่นฟ้า  (มื้อที่ 2) 

13.00 น.     (6) วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่เหนือคลองโรงไหม ริมถนนจักรพงษ์
(สะพานเลี้ยว) แต่เดิมอยู่กลางทุ่งนาจึงเรียกว่าวัดกลางนา สมเด็จกรมพระราชวังบวร
มหาสุรสิงหนาท ทรงสถาปนาวันนี้ขึ้นมาใหม่ และรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ
ให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายรามัญเพื่อ เป็นการให้เกียรติแก่ทหารรามัญใน กองทัพของสมเด็จ
กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดตองปุ” ตามแบบวัดตองปุ
ในสมัยอยุธยา ต่อมาเมื่อมีชัยชนะต่อกองทหารข้าศึก จึงพระราชทานพระอารามใหม่ว่า
“วัดชนะสงคราม” 

 14.00 น.     (7) วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก
เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 เดิมชื่อ วัดมหาสุทธาวาส ภายในพระวิหารมี พระศรีศากยมุนี
ซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ถอดแบบมาจากพระวิหาร
พระมงคลบพิตรกรุงศรีอยุธยา ส่วนที่พระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธตรีโลกเชฏฐ์
ปางมารวิชัย และยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง อันเป็นฝีมือช่างชั้นครูในสมัยรัชกาลที่ 3
อีกด้วย

 15.00 น.     (8) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดสระเกศ) อยู่ริมคลองมหานาคและคลองรอบกรุง
ใกล้สะพานผ่านฟ้าลีลาศ เป็นวัดโบราญในสมัยอยุธยา เดิมเรียกว่า วัดสะแก
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และ
ขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ ซึ่งแปลว่า ชำระพระเกศา
เนื่องจากเคยประทับทำพิธีพระกระยาสนานเมื่อเสด็จกรีธาทัพกลับจากกัมพูชามา
ปราบจลาจลในกรุงธนบุรี และเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติใน พ.ศ. ๒๓๒๕ ต่อมาในสมัย
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะและสร้าง
สิ่งต่าง ๆ เพิ่มเติมขึ้นมาอีก ที่สำคัญคือ พระบรมบรรพตหรือภูเขาทองซึ่งทรงกำหนดให้เป็น
พระปรางค์มีฐานย่อมุมไม้สิบสอง แต่สร้างไม่สำเร็จในรัชกาล
เมื่อถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ จึงทรงให้เปลี่ยนแบบ
เป็นภูเขาก่อพระเจดีย์ไว้บนยอด การก่อสร้างแล้วเสร็จใน
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระเจดีย์บนยอด
พระบรมบรรพตเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมาแต่ครั้งนั้นในส่วนของพระอาราม
มีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ ๆ เช่น พระอุโบสถซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ ภายในมีจิตรกรรมฝา
ผนังซึ่งเขียนในสมัย รัชกาลที่ ๓ แต่ชำรุดจึงมีการลบเขียนใหม่ใน รัชกาลที่ ๗
เป็นภาพทศชาติภาพมารผจญและภาพไตรภูมิ รอบพระอุโบสถมีซุ้มเสมาตั้งประจำทั้ง ๘ ทิศ
ซุ้มเสมาที่วัดสระเกศเป็นทรงกูบช้างหรือซุ้มหน้านางประดับกระเบื้องงดงามถือเป็นแบบ
อย่างทางศิลปะ
นอกจากนี้ยังมีหอไตร สมัยรัชกาลที่ ๑ บูรณะในสมัยรัชกาลที่ ๓
เดิมอยู่กลางสระน้ำ สร้างด้วยไม้เฉลียงรอบ บานประตูหน้าต่างแกะสลักอย่างสวยงา

15.00 น.     (9) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่า
“The Marble Temple” เพราะพระอุโบสถพระระเบียงประดับด้วยหินอ่อนที่ดีที่
สุดจากประเทศอิตาลีประกอบกับเป็นวัดที่มีความวิจิตรงดงามด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมไทย
โบราณ จึงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศสนใจเข้าชมจำนวนมากทุกวัน
วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร
มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑๐,๕๖๖ ตารางวา ๑๔ ตารางศอก ตั้งอยู่แขวงดุสิต
เขตดุสิตกรุงเทพมหานคร ระหว่างถนนสายใหญ่คือ ถนนพระรามที่ ๕ ถนนศรีอยุธยา
ถนนราชดำเนินนอกและถนนพิษณุโลก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๕ ทรงสถาปนาขึ้นด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมไทยโบราณและวางแบบแปลน
แผนผังแยกสัดส่วนเป็นเขตพุทธาวาส สังฆาวาส และที่ธรณีสงฆ์สำหรับผู้อุปัฏฐาก
ภิกษุสามเณรอยู่อาศัย ในเขตพุทธาวาสและสังฆาวาส มีสนามหญ้าและปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่น
กุฏิที่อยู่ของภิกษุสามเณรเป็นระเบียบ ปลอดโปร่ง ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่มีการวางแปลนแผนผัง
ที่ดีที่สุดวัดหนึ่ง

16.00 น.     สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่………………………..

……..น.     เดินทางกลับถึงทีพัก โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
จากทีมงานทัวร์เมืองไทยดอทคอม

จบรายการนำเที่ยว
————————————-

หมายเหตุ     ทัวร์เมืองไทยฯ  ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงกำหนดการเดินทางนี้ได้ตามความเหมาะสม
ในกรณีเกิดเหตสุดวิสัยแต่ทางบริษัทฯ ยังคงยึดถือผลประโยชน์สูงสุด ของผู้เดินทางเป็นหลัก
ตลอดจนมาตรฐานการบริการไว้ในระดับเดิมทุกประการ

อัตราค่าบริการ

สำหรับผู้เดินทางเริ่มต้นที่ 9 ท่าน (1 คัน รถตู้) ราคาท่านละ 1,100 บาท
กรณีเดินทางเป็นหมู่คณะ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ ตามเบอร์ที่ระบุด้านล่าง

อัตราค่าบริการนี้รวม                                                                                              
–  ค่ารถตู้ปรับอากาศ วีไอพี 9 ที่นั่ง
–  ค่าอาหารว่าง + เครื่องดื่ม ตลอดการเดินทาง
–  ค่าอาหารกลางวัน    1      มื้อ  ณ ภัตตาคารแว่นฟ้า
–  ค่ามัคคุเทศก์นำชม คอยอำนวยความสะดวก ตลอดการเดินทาง
–  ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง 1,000,0000.- บาท ค่ารักษาพยาบาลตามเงื่อนไขกรมธรรม์
–  ค่าธรรมเนียมในการเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ตามที่ระบุในรายการ

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

–  ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการ
–  ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
–  ค่าอาหารและเครื่องดื่ม นอกเหนือจากรายการ
–  ค่าดอกไม้ ธูป เทียน และ เงินทำบุญ

บุญกรรมนิบ่มีไผ่ปันแจก บ่หอนแหกเคิ่งได่คือจังไม้ผ่ากลาง
คือจังเฮากินข้าวเฮากะอิ่ม บ่หอนไปอิ่มท้องเขานั้นผู้บ่กิน

เรายึดมั่นในสัญญา